วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

การประเมินผลโครงงานภาษาอังกฤษ

การประเมินผลโครงงานภาษาอังกฤษ

1 ชิ้นงาน
2 รายงาน
3 สอบปากเปล่า
4 การจัดนิทรรศการ
5 การนำเสนอ
6 แบบบันทึก

WHAT IS THE STUDY LIKE?


WHAT IS THE STUDY LIKE?

             จุดประสงค์คือการให้โอกาสแก่นักเรียนที่จะดึงความสามารถและพัฒนาทักษะทางการสื่อสารออกมา ซึ่งจะเน้นย้ำมากในเรื่องการใช้สื่อผสมและการใช้Power Point และต้องบูรณาการเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์สู่การฝึกทักษะต่างๆ ทางภาษา บรรยากาศห้องเรียนแบบCALLนั้น ครูจะจัดตั้งระบบ E-Learningไว้ ผู้เรียนจะต้องแจ้งงาน, แสดงความคิดเห็น ตรวจทาน ในรายงานของกลุ่มอื่นๆ, การใช้จดหมายอิเล็กซ์ทรอนิกส์, การสนทนาออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่จะได้รับอย่างมากมายกว่าแหล่งข้อมูลอื่น

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

ทำความรู้จัก Adobe Captivate

 
โปรแกรม Adobe Captivate เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการสร้าง Movie ในรูปแบบสื่อเรียนการเรียนรู้ หรือสื่อการนำเสนอแบบมัลติมีเดีย เช่น การนำเสนอผลงาน การจับหน้าจอภาพเพื่อนำไปสร้างสื่อการเรียนรู้ การสร้างแบบทดสอบ รวมไปถึงการตัดต่อวิดีโอ เพื่อใช้สำหรับงานนำเสนอหรือผลิตสื่อการเรียนรู้ โดยโปรแกรม Adobe Captivate เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างชิ้นงานได้ง่ายและเร็ว
จุดเด่นของโปรแกรม Adobe Captivate
-                    สร้างสื่อเรียนรู้หรือสื่อนำเสนอมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดาย
-                    ตัดต่อวิดีโอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
-                    สร้างสื่อเรียนรู้โดยการจับหน้าจอภาพ (Screen capture movie) ประกอบเสียงบรรยาย เหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน
-                    สร้างแบบทดสอบได้ง่าย
-                    นำเข้าไฟล์จากแหล่งต่างๆ ได้หลากหลาย
·         ไฟล์รูปภาพ (Image) เช่น JPG, BMP, GIF
·         ไฟล์เสียง (Sound) เช่น MP3, WAV
·         เสียงบรรยายผ่านไมโครโฟน
·         ไฟล์วิดีโอ (Video) เช่น AVI

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Computer Assisted Language Learning (CALL) in Each Phases



CALL หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ช่วยในการสอนภาษา มีวิวัฒนาการการพัฒนาออกเป็น3 ยุคหลักๆ ดังต่อไปนี้

1.Behaviorist CALL เป็นยุคแรกของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งการใช้อย่างแพร่หลายในราวคริสตศักราช 1960 และ 1970 การเรียนการสอนยังคงเป็นรูปแบบของการฝึกซ้ำๆ ภายใต้หลักการของการสร้างแรงจูงใจแก่ผู้เรียน โปรแกรมของคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในยุคนี้ขึ้นอยู่กับทฤษฏีทางพฤติกรรมในการเรียนรู้ ซึ่งคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในยุคนี้ก็มีฮาร์ดแวร์พิเศษเฉาะ อันได้แก่ แบบฝึกหัดเกี่ยวกับแบบฝึกหัด คำอธิบายไวยากรณ์อย่างย่อ และข้อสอบการแปล

2.Communicate CALL ขึ้นอยู่กับทฤษฏีการสอนแบบ Communicative Teaching Approaches เริ่มต้นขึ้นราวคริสตศักราช1970และต้นคริสตศักราช1980 การสอนในรูปแบบนี้นั้นเน้นการส่งเสริมการสนทนาในสถานการณ์และบริบทจริง ซึ่งในรูปแบบแรกนั้นคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เสมือนครูสอนพิเศษทีให้ทางเลือก ควบคุม และการบูรณาการณ์ อีกเป็นทั้งผู้กระตุ้นความสนใจและเป็นเครื่องมือแก่ผู้เรียนไปพร้อมๆกัน ต่อมานักเรียนเกิดการเข้าใจและใช้ภาษาผ่านโปรแกรม Word Processing, Spelling และGrammar Checking เป็นต้น

3. Integrative CALL ปรากฏขึ้นราวปลายคริสตศักราช1980 และต้นปี1990 การเรียนการสอนยุคนี้มีคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียและอินเตอร์เน็ตมาเป็นเทคโนโลยีที่สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ทางภาษาในการบูรณาการณ์ทักษะทางภาษาทั้งสี่เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ซึ่งทำให้บรรยากาศการเรียนภาษาของนักเรียนนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีความสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันที่ให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และอุปกรณ์การเรียนอยู่ตลอดเวลา ต่อไปก็คงไม่เป็นที่น่าแปลกใจมากนักที่เห็้นการเรียนแบบ EFL อาจใช้กระบวนการเรียนแบบCALL ก็ได้ในอนาคตอันใกล้

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Project Base Learning



-แนวจัดการศึกษา

มาตรา22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ผุ้เรียนสำคัญที่สูด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสรืิมให้ผู้เรียนพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

Learning by doing ถ้าอยากจะเรียนรู้สิ่งไหนก็ต้องทำมันด้วยตนเอง ยุคศัตวรรษที่21 คิดวิเคราะห์ ทำงานเป็นกลุ่ม และในที่สุดชิ้นก็จะเป็นชิ้นงานที่ดี มีคุณภาพสูง



-ประเภทของโครงงานภาษาอังกฤษ

1. โครงการค้นคว้าข้อมูล

2.โครงการสำรวจ

3.โครงการทดลอง (บูรณาการ)

4.โครงการแสดง

5.โครงการสิ่งประดิษฐ์/ผลผลิต


ข้อดีของโครงงานภาษาอังกฤษ

นักเรีนสามารถที่จะเลือกจะเรียน ในสิ่งที่เขาต้องการ ได้เกิดการทำงานร่วมกัน เรียนรู้จาการปฏิบัติจริง และพัฒนาขีดความสามารถ



-เค้าโครงงานภาษาอังกฤษ

1.หัวข้อโครงงงาน (title)

2.ชื่อผู้ทำโครงงาน (Author)

3.ชื่อที่มาของโครงงาน (Adviser)

4.ที่มาของปัญหา (Statement of the problem)

5.วัตถุประสงค์ของโครงงาน (Objective)

6.วิธีดำเนินงาน (Process)

7.ผลที่คาดว่าจะไดด้รับ (Expected Result)

8.เอกสารอ้างอิง (Reference)



-การประะเมิณโครงงานภาาาอังกฤษ

1.ช้้นงาน

2.รายงาน

3.สอบปากเปล่า

4.การจัดนิทรรศการ

5.การนำเสนอ

6.แบบบันทึก







วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

Whole Language Approach

เป็นการสอนภาษาโดยภาพรวม เการรียนรู้การใช้ภาษาเป็นองค์รวมโดยไม่แยกกิจกรรมการอ่าน การเขียน การพูด และการฟังออกจากกัน สร้างบรรยากาศการเรียนรู้การอ่านจากผลงานการเขียน เรียนรู้การเขียนจากการอ่าน เรียนรู้ภาษาจากสภาพแวดล้อม วรรณกรรมและการเลียนแบบ กระตุ้นให้เด็กแสดงการสื่อสารผ่านกระบวนการคิดตลอดเวลาและใช้ภาษาจากแรงจูงใจภายในไม่ใช่การบังคับ ส่งเสริมให้เด็กกล้าพูด กล้าอ่าน และกล้าเขียน

Communicative Language Teaching - CLT

        เป็นการสอนภาษาตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร เป็นการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้ ซึ่งมุ่งเน้นความสำคัญของตัวผู้เรียนจัดลำดับการเรียนรู้เป็นขั้นตอนตามกระบวนการใช้ความคิดของผู้เรียน


กิจกรรมที่ใช้ในการสอน

- Information Gap Activities 
Jigsaw Activities  
Accuracy and Fluency activities 

Teaching English : How to Teach Basic Conversational English

Teaching English : Creating Survey Questions

Teaching English : Write College Research Papers